top of page

เล็บขบ ต้องทำอย่างไร ?

อัปเดตเมื่อ 8 พ.ค. 2565

อุปสรรคของการเดินทาง อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความยากลำบากของเส้นทาง แต่อาจเป็นอาการ "เล็บขบ" ที่คอยกวนใจเราอยู่ก็ได้ หลายท่านคงได้เคยประสบปัญหากวนใจจาก "เล็บขบ" จะก้าวจะเดินไปทางไหนก็ทำให้รำคาญใจเสียจริง ยิ่งใครที่มีอาการหนักหรือเรื้อรัง ยิ่งแสนทรมาน บางรายถึงกับต้องเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษา ใครที่เป็นเล็บขบ หรือใครที่ไม่อยากเป็น วันนี้เนตี้เนลมีความรู้มาฝากค่ะ


เล็บขบ รักษาเล็บขบ ป้องกันเล็บขบ

เล็บขบ คือ ?

คือ ภาวะที่เล็บงอกออกมาแบบผิดปกติ ทิ่มเข้าไปที่บริเวณผิวหนังขอบเล็บ เกิดได้บ่อยกับนิ้วเท้า จะพบมากที่นิ้วหัวแม่เท้า ทำให้เจ็บปวดและอาการกดเจ็บที่นิ้วเท้า บวม แดงรอบ ๆ เล็บเท้า มีการก่อตัวของของเหลวบริเวณรอบ ๆ นิ้วเท้า หรือบางครั้งถึงกับทำให้เลือดออกเป็นหนองและเกิดการติดเชื้อขึ้นได้

สาเหตุของเล็บขบ


1. การตัดเล็บไม่ถูกวิธี

ที่พบมากคือการแต่งขอบเล็บให้โค้งเข้าในซอกเล็บมากเกินไป หรือชอบแคะ งัด ซอกเล็บบ่อย ๆ ทำให้เกิดช่องว่างบริเวณซอกเล็บ เมื่อเล็บงอกขึ้นใหม่ก็จะทิ่มไปที่ซอกเล็บได้ และพบในบางรายที่ตัดเล็บไม่เรียบร้อย เช่น มีปลายแหลมบริเวณขอบเล็บ ตัดแต่งขอบเล็บไม่เรียบ เป็นต้น

2. การใส่รองเท้าที่บีบมากเกินไป

จะทำให้นิ้วเท้าถูกบีบรัด ขอบเล็บด้านข้างจึงถูกกดลงไปด้วย เมื่อเล็บงอกขึ้นมาก็จะทิ่มลงไปที่เนื้อ หรือการใส่รองเท้าที่บังคับรูปทรงเท้า เช่น รองเท้าส้นสูง รองเท้าปลายแหลม ก็ทำให้การงอกตามธรรมชาติของเล็บผิดปกติไปได้ด้วยเช่นกัน

3. อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับปลายนิ้วเท้า

การเดินเตะหรือชนกับสิ่งของ ถูกสิ่งของหล่นทับ หรือการเล่นกีฬาที่ใช้การเคลื่อนไหวของเท้ามาก เช่น วิ่ง ฟุตบอล บาสเกตบอล เป็นต้น เล็บขบอาจเกิดขึ้นได้เมื่อละเลยการตรวจดูอาการผิดปกติที่เกิดกับเล็บเท้า

4. ความบกพร่องทางพันธุกรรม

มีเล็บเท้าที่กว้างกว่าปกติ หรือเกิดจากการที่นิ้วเท้ามาซ้อนเกย หรือเบียดกัน

5. การไม่ดูแลสุขอนามัยของเท้า


การรักษาเล็บขบ

เล็บขบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อสามารถดูแลและรักษาได้เองได้ หากมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น มีอาการบวมแดงหรือมีหนอง ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษา



การรักษาเล็บขบเบื้องต้นด้วยตัวเอง

เล็บขบ รักษาเล็บขบ ป้องกันเล็บขบ

1. แช่เท้าในน้ำอุ่น ประมาณ 10 – 15 นาที เพื่อทำให้เล็บและหนังรอบเล็บอ่อนนุ่มตัดแต่งง่าย